Home ประวัติสำนักพุทธ
ประวัติสำนักพุทธ
พศจ.มุกดาหาร ร่วมพิธีเปิดโครงการอบรมพัฒนาครูสู่วิชาชีพ ยกผลสัมฤทธิ์ O-NET PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย manager   
วันศุกร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2016 เวลา 01:44

วันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙ นายสิทธิลักษณ์ จิตอาคนารัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดมุกดาหาร พร้อมคณะเจ้าหน้าที่ เข้าร่วมพิธีเปิดโครงการอบรม พัฒนาครู สู่มาตรฐานวิชาชีพ ยกผลสัมฤทธิ์ O-NET วิชาภาษาอังกฤษ/ไทย รุ่นที่ ๒ ของกลุ่มโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา กลุ่มที่ ๙,๑๐,๑๑ ณ โรงแรมบ้านสวนคุณตา กอล์ฟ รีสอร์ท อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี โดยมีนายพนม ศรศิลป์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กล่าวเปิดการประชุมและบรรยายพิเศษ

LAST_UPDATED2
อ่านเพิ่มเติม...
 
พศจ. ร่วมโครงการ"ผู้ว่าฯ พาเยี่ยมวัดสืบสานวัฒนธรรมประเพณีวิถีพุทธ” ณ วัดสระพังทอง อ.เมืองมุกดาหาร PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย manager   
วันพุธที่ 15 กรกฏาคม 2015 เวลา 03:58

เมื่อ วันพุธที่ ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๕๘ เวลา ๐๗.๓๐ น. นายสรสิทธิ์ ฤทธิ์สรไกร  รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการ และพุทธศาสนิกตำบลบางทรายใหญ่ ร่วมทำบุญตักบาตรเนื่องในวันธรรมสวนะ วันแรม ๑๕ ค่ำ เดือน ๘ ตามโครงการ "ผู้ว่าฯ พาเยี่ยมวัดสืบสานวัฒนธรรมประเพณีวิถีพุทธ” ณ วัดสระพังทอง บ้านหนองแอก ตำบลบางทรายใหญ่ อำเภอเมืองมุกดาหาร ในการนี้ นายเกียรติพงษ์ โรคน้อย ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดมุกดาหาร ได้เข้าร่วมพิธีทำบุญตักบาตรและฟังธรรม ในครั้งนี้ด้วย

LAST_UPDATED2
อ่านเพิ่มเติม...
 
พศจ.มุกดาหาร ร่วมงานพิธี "วันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช" และวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย manager   
วันพฤหัสบดีที่ 23 เมษายน 2015 เวลา 02:40

 

วันที่ ๖ เมษายน ๒๕๕๘ เวลา ๐๗.๓๐ น. สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดมุกดาหาร ร่วมงานพิธี ”วันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์”

อ่านเพิ่มเติม...
 
ประวัติสำนักพุทธ PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย manager   
วันศุกร์ที่ 07 พฤษจิกายน 2014 เวลา 07:49

เกี่ยวกับสำนักพุทธ


พระ พุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติไทย ด้วยคนไทยส่วนใหญ่ได้เคารพนับถือพระพุทธศาสนาเป็นสรณะแห่งชีวิต สืบต่อกันมาเป็นเวลาช้านาน นับแต่โบราณกาลจวบจนปัจจุบันที่ชาติไทยเรามีความมั่นคง ดำรงเอกราช มีอธิปไตยเป็นอิสระเสร ีอยู่ได้ตราบเท่าทุกวันนี้ ก็ด้วยคนในชาติยึดมั่นอยู่ในสามัคคีตามหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา ขนบธรรมเนียม จารีตประเพณีอันดีงาม ซึ่งเป็นปัจจัยเสริมสร้างสามัคคีธรรมระหว่งคนในชาติ ส่วนใหญ่มีพื้นฐานมาจากพระพุทธศาสนา ดังนั้น หลักธรรมคำสั่งสอนทางศาสนาจึงมีบทบาทสำคัญยิ่งต่อการพัฒนาและความมั่นคงของ ประเทศชาติ

การบริหารกิจการพระศาสนา นั้น เป็นหน้าที่ของคณะสงฆ์ตามพุทธบัญญัติ แต่เนื่องจากอาณาจักรและศาสนจักร ต้องประสานกัน เพื่อความมั่นคงของประเทศชาติ รัฐบาลในฐานะผู้รับสนองพระราชภาระของพระมหากษัตริย์ จึงเข้าไปมีส่วนร่วม ในการดำเนินงานกิจการทางศาสนา ตามประวัติและพัฒนาการโดยลำดับ ดังนี้

- สมัยกรุงสุโขทัยและกรุงศรีอยุธยา มีราชบัณฑิต และ หมื่นราชสังฆการี รับมอบหมายภารกิจด้านการศาสนา
- ต้นกรุงรัตนโกสินทร์ มีหน่วยงานรับผิดชอบ 3 หน่วยงานคือ กรมธรรมการ กรมสังฆการี และกรมราชบัณฑิต

พ.ศ. 2430 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้ตั้ง กรมศึกษาธิการ ขึ้นดูแลโรงเรียนต่าง ๆ ในขณะนั้น

พ.ศ. 2435 รวมกรมธรรมการ กรมสังฆการี กรมพยาบาล กรมพิพิธภัณฑ์สถาน และกรมศึกษาธิการ เป็นกระทรวงธรรมการ

พ.ศ. 2441 “ ประกาศจัดการเล่าเรียนในหัวเมือง “ ให้ราษฎรมีความรับผิดชอบ และให้รู้จักการประกอบอาชีพ ในทางสุจริต โดยให้พระภิกษุสงฆ์เป็นผู้สั่งสอนอบรม (พ.ศ. 2442 กระทรวงมหาดไทย ได้โอนหน้าที่การอุดหนุนการศึกษา ให้กระทรวงธรรมการตามเดิม)

พ.ศ. 2445 ประกาศใช้ “ พระราชบัญญัติลักษณะปกครองคณะสงฆ์ ร.ศ. 121 ซึ่งมีบัญญัติให้พระสงฆ์ทุกระดับ มีหน้าที่บำรุงการศึกษาในวัดอีกด้วย

พ.ศ. 2459 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ได้มีการปรับปรุงตำแหน่งหน้าที่ ในกระทรวงธรรมการ ให้เหมาะสมยิ่งขึ้น โดยมีกองบัญชาการและแบ่งกรมใหญ่มีหัวหน้าเป็นอธิบดี 2 กรม คือ กรมธรรมการ และ กรมศึกษาธิการ และใน 2 กรมดังกล่าว ก็มีกรมเล็ก ๆ ซึ่งหัวหน้ามีตำแหน่งเป็นเจ้ากรมอยู่ในสังกัด คือ กรมสังฆการี กรมพระอาราม กองอธิกรณ์ ขึ้นอยู่กับกรมธรรมการ ส่วนกรมราชบัณฑิต กรมวิสามัญศึกษา กรมสามัญศึกษา ขึ้นกับกรมศึกษาธิการ

พ.ศ. 2462 ได้มีการเปลี่ยนชื่อ กระทรวงธรรมการ เป็น กระทรวงศึกษาธิการ และโปรดให้ย้ายกรมธรรมการ ไปรวมอยู่ในพระราชสำนักตามประเพณีเดิม

ซึ่งรวมกรมสังฆการีอยู่ด้วยกันไปสังกัดอยู่ในกระทรวงธรรมการ ทั้งนี้ “โดยที่ทรงพระราชดำริว่า การศึกษาไม่ควรจะแยกจากวัด”

พ.ศ. 2469 เปลี่ยนชื่อเป็น กระทรวงธรรมการ อีกครั้งหนึ่ง และย้ายกรมธรรมการ ซึ่งรวมกรมสังฆการีอยู่ด้วยกัน ไปสังกัดอยู่ในกระทรวงธรรมการ ทั้งนี้ “โดยที่ทรงพระราชดำริว่า การศึกษาไม่ควรจะแยกจากวัด”

พ.ศ. 2474 มีการเปลี่ยนแปลงราชการในกระทรวงธรรมการและกรมสังฆการีเข้าด้วยเช่นเดิม กรมธรรมการยังคงสังกัดอยู่ในกระทรวงธรรมการเรื่อยมา แม้ภายหลังสมัยเปลี่ยนแปลงการปกครอง

พ.ศ. 2484 ได้มีประกาศพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม เปลี่ยนชื่อ กระทรวงธรรมการ เป็น กระทรวงศึกษาธิการ และเปลี่ยนชื่อ กรมธรรมการ เป็น กรมการศาสนา

พ.ศ. 2545 ในวันที่ 3 ตุลาคม 2545 ได้มีการแบ่งส่วนราชการกรมการศาสนาเดิม ออกเป็น 2 หน่วยงาน คือ กรมการศาสนา สังกัดกระทรวงวัฒนธรรม และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เป็นหน่วยงานที่ขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี ดังปรากฎอยู่ทุกวันนี้

พ.ศ. 2549 ได้มีการออกกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ พ.ศ.2549   
แบ่งส่วนราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด  เป็นราชการส่วนภูมิภาคตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

--------------------------------------------------------------------------------


ดวงตราสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

อธิบาย

ตรานี้ใช้ธรรมจักรบนฐานดอกบัว เรียกว่า "ไตรรัตนจักร" (กงล้อ คือ พระรัตนตรัย) เป็นสัญลักษณ์แทนพระรัตนตรัย คือ

(1) ดอกบัวแทนพระพุทธเจ้า ดังพระบาลีในเถรคาถาว่า "พระพุทธเจ้าทรงอุบัติขึ้นในโลก แต่ไม่ติดในโลกีวิสัย ดุจดอกบัวเกิดในน้ำแต่ไม่เปียกน้ำ (ขุ.เถร. 26/388)

(2) ดอกบัวแทนพระอริยสงฆ์ ดังพุทธวจนะในธรรมบทว่า "ดอกบัวเกิดที่กองขยะที่เขาทิ้งไว้ข้างทางใหญ่ มีกลิ่นหอมรื่นรมย์ใจฉันใด ท่ามกลางมหาชนผู้โง่เขลา เป็นดุจสิ่งปฏิกูล พระสาวกของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ย่อมรุ่งโรจน์ด้วยปัญญาฉันนั้น" (ขุ.ธ. 25-59)

(3) ดอกบัวมี 7 กลีบ เป็นสัญลักษณ์แทนดอกบัว 7 ดอก ที่เกิดขึ้นรองรับพระบาทของเจ้าชายสิทธัตถะเมื่อคราวประสูติ หรือสัญลักษณ์แทนโพชฌงค์ 7

(4) ธรรมจักร เป็นสัญลักษณ์แทนพระธรรม คือ อริยสัจสี่ อันเป็นแก่นของพระพุทธศาสนา ที่ทรงแสดงในวันเพ็ญเดือน 8 วันที่พระรัตนตรัยครบสมบูรณ์

(5) ซี่ธรรมจักร 12 ซี่ เป็นสัญลักษณ์แทนการรู้แจ้งอริยสัจแต่ละข้อด้วยญาณ ทั้ง 3 (สัจจญาณ, กิจจญาณ, และกตญาณ) (3x4 = 12)

(6) พระบาลีในธัมมจักรกัปปวัตตนสูตรว่า
ธมฺมจกฺกํ ปวตฺติตํ อปฺปฏิวตฺติยํ = กงล้อคือพระธรรม
อันพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงหมุนไปแล้ว ไม่มีใครหมุนกลับได้

ศ. พิเศษเสฐียพงษ์ วรรณปก ราชบัณฑิต

 
พิธีพระราชทานเพลิงศพพระอธิการจาม มหาปุญโญ PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย manager   
วันอังคารที่ 21 มกราคม 2014 เวลา 04:02

พิธีพระราชทานเพลิงศพ  พระอธิการจาม  มหาปุญโญ  อดีตเจ้าอาวาสวัดป่าวิเวกวัฒนาราม  อายุ  ๑๐๒  ปี  ๘  เดือน  พรรษา  ๗๓

LAST_UPDATED2
อ่านเพิ่มเติม...
 


JPAGE_CURRENT_OF_TOTAL
ยินดีต้อนรับสู่เว็บไซต์ สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดมุกดาหาร *คำขวัญประจำจังหวัดมุกดาหาร* "หอแก้วสูงเสียดฟ้า ภูผาเทิบแก่งกะเบา แปดเผ่าชนพื้นเมือง ลือเลื่องมะขามหวาน กลองโบราณล้ำเลิศ ถิ่นกำเนิดลำผญา ตระการตาชายโขง เชื่อมโยงอินโดจีน"

Click here to donate

เว็บไซต์หน่วยงาน

ข่าวประชาสัมพันธ์

ศูนย์กลางบริการภาครัฐ

สำหรับประชาชน

สมุดภาพ infographics

รัฐบาลเพื่อประชาชน

ติดตามการดำเนินงานของ

รัฐบาลผ่านวารสาร ไทยคู่ฟ้า

ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์

ปฏิทิน

พยากรณ์อากาศ

โหลดเพลง นิยาย คลิปวีดีโอ การ์ตูน
ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย

มหาเถรสมาคม